เปเปอร์มาเช่

โครงงานศิลปะประดิษฐ์

เปเปอร์มาเช่

 

 

จัดทำโดย

                          นายศิริชัย              วงษารัตน์      เลขที่ ๘

                          นางสาวกัญญาวีร์   สว่างทิตย์        เลขที่  ๙

                          นางสาวพิสมร        อินสองใจ      เลขที่ ๒๐

                          นางสาวศุภลักษณ์   ธรรมขันธา    เลขที่ ๒๓

                          นางสาวอัญชลี        ธนพัฒน์โกศล  เลขที่ ๒๘

     ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๖/

เสนอ

คุณครูสุพัตรา  ถมยา

เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง ๓๒๑๐๑

ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

กิตติกรรมประกาศ

ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อน ได้กลายเป็นปัญหาที่สำคัญของโลก และไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวของเราเลยเป็นผลสืบเนื่องมาจากมนุษย์เราได้ใช้และทำลายทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือโดยที่ผู้คนส่วนใหญ่ละเลยและไม่ใส่ใจที่จะช่วยกันดูแลและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  ฉะนั้นคณะผู้จัดทำจึงขออาสาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกของเราโดยนำสิ่งที่ไม่มีค่า หรือหมดประโยชน์แล้วมาประดิษฐ์เป็นของใช้เล็กๆ น้อยๆ             ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อและมีความสวยงาม

ซึ่งทางคณะผู้จัดทำขอขอบคุณท่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน นายเกษม หมื่นตาบุตร ที่ค่อยชี้แนะในการทำโครงงานเป็นอย่างดี ขอบพระคุณคุณครู สุพัตรา  ถมยา ที่คอยมาให้คำติชมและเสนอแนวทางในการทำโครงงานอย่างดียิ่ง ขอบคุณ คุณครู สมจิตร ลีลาน้อย ที่ได้ให้คำแนะนำในการใช้เทคนิค สีอะครีลิค และให้คำปรึกษาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์งาน ขอบคุณ คุณครูกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีทุกท่านที่คอยให้คำปรึกษาแก่กลุ่มของข้าพเจ้าเป็นอย่างดี และขอขอบคุณ คุณป้า สุดา สว่างทิตย์ เป็นอย่างสูงที่คอยสนับสนุนเอื้อเฟื้อ สถานที่ในการทดลองทำโครงงาน

สุดท้ายก็ขอขอบคุณ คุณครู ชัยบุญ วงค์สอน ที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 และเพื่อนๆ ในชั้นเรียนที่คอยเป็นกำลังใจและช่วยแนะนำในการทำโครงงานเล่มนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

 

คณะผู้จัดทำ

 

บทคัดย่อ

 

                   ในปัจจุบันโลกของเราได้ประสบปัญหาภาวะโลกร้อนและต้นเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนนั้นส่วนใหญ่เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า การเผาทำลายขยะ หรือ การทิ้งขยะเรี่ยราด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และปัญหาขยะยังเป็นปัญหาใหญ่ในหลายๆประเทศรวมไปถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ขยะนั้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มซึ่งขยะจากกระดาษนั้นเป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลายกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดที่จะทำโครงงาน  การประดิษฐ์

                    เปเปอร์มาเช่  เป็นโครงงานที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้นักเรียนสามารถ นำเศษกระดาษที่ไมมีประโยชน์หรือที่ไม่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยการนำกลับมาทำเปเปอร์มาเช่ และสามารถบอกขั้นตอนการประดิษฐ์เปเปอร์มาเช่ นำเศษวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์       รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่นและมีความสามัคคีในหมู่คณะ เรียนรู้ตามความสนใจและเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตน   โครงงานชิ้นนี้  จะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้  และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

บทที่ ๑

บทนำ

 

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

            ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากและ ยังเป็นหัวข้อในการประชุมระดับโลกเลยก็ว่าได้เพราะในหลายประเทศได้มองเห็นปัญหาสิ่งแสดล้อมที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฤดูการเปลี่ยนไปหรืออาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น ในฤดูฝน ฝนอาจตกมากทำให้เกิดน้ำท่วมทำลาย  ที่อยู่อาศัยของมนุษย์และทำลายแห่ลงทำกินของสิ่งมีชีวิต

            ในหลายประเทศจึงมีความร่วมมือกันรณรงรักษาสิ่งแวดล้อมและรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกันและในแต่ละประเทศมีกิจกรรมที่จัดขึ้นแตกต่างกันและมีวิธีการจัดการปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันและวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้แกการนำของที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่แล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการรณรงปลูกต้นไม้และไม่ตัดไม้ทำลายป่าดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาสิ่วแวดล้อมถือเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งกลุ่มผู้จัดทำได้เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงอยากศึกษาค้นคว้าในเรื่องการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนและโรงเรียนนำมาใช่ใหม่เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

            ซึ่งกระดาษสามารถนำมาดัดแปลง  ตกแต่ง ให้สวยงาม แล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้ เศษกระดาษที่เราทิ้งไปกลายเป็นขยะที่มีมากในโรงเรียนของ เรานั้น สามารถนำเศษเหล่านี้มาประดิษฐ์เป็นของใช้  ของประดับตกแต่งได้ ผู้เรียนเล็งเห็นคุณค่าของเศษกระดาษ วัสดุและเห็นแนวทางจากของจริง จึงได้วางแผนออกแบบ  จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์จนถึงขั้นปฏิบัติงานพร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงาน ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ ความรู้ได้ด้วยตนเองและ ผู้เรียนสามารถประดิษฐ์ได้เองในระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนั้น จะเป็นการนำเศษวัสดุที่เหลือใช้กลับมาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์อีกครั้งแล้ว  ยังเป็นการฝึกสมาธิได้ด้วย  ฝึกทักษะ  ฝึกการทำงาน  ฝึกความสามัคคี นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับ ผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้นด้วย   พร้อมทั้งพัฒนาการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ไขปัญหาฉะเพราะหน้าแล้วยังได้ฝึกการปฏิบัติกิจกรรมที่ตนเองและเพื่อนสนใจจนสำเร็จไปได้ด้วยดี

 

วัตถุประสงค์ของทำโครงงาน

      1.เพื่อลดเศษขยะภายในโรงเรียน                                                          

      2.เพื่อนำเศษขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      3. เพื่อสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนและให้นักเรียนสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้มา        ดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ได้

      4. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่นและมีความสามัคคีในหมู่คณะ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

      1.จำนนวนเศษขยะในโรงเรียนลดลง

      2.นำเศษขยะมาสร้างประโยชน์

      3.ความสามัคคีของนักเรียนในกลุ่ม

      4.นักเรียนมีทักษะในกระบวนการคิดวิเคราะห์และวางแผน

 

  สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า

         เศษวัสดุเหลือใช้เช่นเศษกระดาษ  สามารถนำมาดัดแปลง   ตกแต่งให้เกิดประโยชน์ได้

  ขอบเขตของโครงงาน

            การนำเศษกระดาษมาดัดแปรงใช้ประโยชน์ในรูปแบบของ ของใช้ได้แก่  กล่องใส่ของ  ที่ใส่ดินสอ  ที่เสียบกระดาษ  ของตกแต่งบ้าน

กิตติกรรมประกาศ

ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อน ได้กลายเป็นปัญหาที่สำคัญของโลก และไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวของเราเลยเป็นผลสืบเนื่องมาจากมนุษย์เราได้ใช้และทำลายทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือโดยที่ผู้คนส่วนใหญ่ละเลยและไม่ใส่ใจที่จะช่วยกันดูแลและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  ฉะนั้นคณะผู้จัดทำจึงขออาสาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกของเราโดยนำสิ่งที่ไม่มีค่า หรือหมดประโยชน์แล้วมาประดิษฐ์เป็นของใช้เล็กๆ น้อยๆ             ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อและมีความสวยงาม

ซึ่งทางคณะผู้จัดทำขอขอบคุณท่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน นายเกษม หมื่นตาบุตร ที่ค่อยชี้แนะในการทำโครงงานเป็นอย่างดี ขอบพระคุณคุณครู สุพัตรา  ถมยา ที่คอยมาให้คำติชมและเสนอแนวทางในการทำโครงงานอย่างดียิ่ง ขอบคุณ คุณครู สมจิตร ลีลาน้อย ที่ได้ให้คำแนะนำในการใช้เทคนิค สีอะครีลิค และให้คำปรึกษาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์งาน ขอบคุณ คุณครูกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีทุกท่านที่คอยให้คำปรึกษาแก่กลุ่มของข้าพเจ้าเป็นอย่างดี และขอขอบคุณ คุณป้า สุดา สว่างทิตย์ เป็นอย่างสูงที่คอยสนับสนุนเอื้อเฟื้อ สถานที่ในการทดลองทำโครงงาน

สุดท้ายก็ขอขอบคุณ คุณครู ชัยบุญ วงค์สอน ที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 และเพื่อนๆ ในชั้นเรียนที่คอยเป็นกำลังใจและช่วยแนะนำในการทำโครงงานเล่มนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

 

คณะผู้จัดทำ

 

บทคัดย่อ

 

                   ในปัจจุบันโลกของเราได้ประสบปัญหาภาวะโลกร้อนแลต้นเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนนั้นส่วนใหญ่เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า การเผาทำลายขยะ หรือการทิ้งขยะเรี่ยราด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และปัญหาขยะ                                  ยังเป็นปัญหาใหญ่ในหลายๆประเทศรวมไปถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ขยะนั้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มซึ่งขยะจากกระดาษนั้นเป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย                              กลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดที่จะทำโครงงาน  การประดิษฐ์ เปเปอร์มาเช่  เป็นโครงงานที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้นักเรียนสามารถนำเศษกระดาษที่ไมมีประโยชน์หรือที่ไม่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้   โดยการนำกลับมาทำเปเปอร์มาเช่ และสามารถบอกขั้นตอนการประดิษฐ์เปเปอร์มาเช่                   นำเศษวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์  รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น                           และมีความสามัคคีในหมู่คณะ เรียนรู้ตามความสนใจและเกิดความภาคภูมิในในผลงานของตน   โครงงานชิ้นนี้  จะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้  และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

บทที่ ๑

บทนำ

 

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

            ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากและ ยังเป็นหัวข้อ ในการประชุมระดับโลกเลยก็ว่าได้เพราะในหลายประเทศได้มองเห็นปัญหาสิ่งแสดล้อมที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฤดูการเปลี่ยนไปหรืออาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น ในฤดูฝน ฝนอาจตกมากทำให้เกิดน้ำท่วม  ทำลายที่อยู่อาศัยของมนุษย์และ                      ทำลายแห่ลงทำกินของสิ่งมีชีวิต

            ในหลายประเทศจึงมีความร่วมมือกันรณรงรักษาสิ่งแวดล้อมและรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกันและในแต่ละประเทศมีกิจกรรมที่จัดขึ้นแตกต่างกัน  และมีวิธีการจัดการปัญหา       ที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันและวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้แก่                 การนำของที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ แล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ปลูกต้นไม้  ไม่ตัดไม้ทำลายป่าดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาสิ่วแวดล้อมถือเป็นปัญหาใหญ่                       อีกปัญหาหนึ่งกลุ่มผู้จัดทำได้เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงอยากศึกษาค้นคว้า       ในเรื่องการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนและโรงเรียนนำมาใช่ใหม่เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

             ซึ่งกระดาษสามารถนำมาดัดแปลง  ตกแต่ง ให้สวยงาม แล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้  เศษกระดาษที่เราทิ้งไปกลายเป็นขยะที่มีมากในโรงเรียนของ เรานั้นสามารถนำเศษเหล่านี้มาประดิษฐ์เป็นของใช้  ของประดับตกแต่งได้ ผู้เรียนเล็งเห็นคุณค่าของเศษกระดาษวัสดุและเห็นแนวทางจากของจริง จึงได้วางแผนออกแบบ  จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์จนถึงขั้นปฏิบัติงานพร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงาน ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองและ ผู้เรียนสามารถประดิษฐ์ได้เอง               ในระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนั้น จะเป็นการนำเศษวัสดุที่เหลือใช้กลับมาดัดแปลง                       ให้เกิดประโยชน์อีกครั้งแล้วยังเป็นการฝึกสมาธิได้ด้วย  ฝึกทักษะ  ฝึกการทำงาน  ฝึกความสามัคคี นอกจากนี้  ยังสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับ ผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้นด้วย พร้อมทั้งพัฒนา                     การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ไขปัญหาฉะเพราะหน้าแล้วยังได้ฝึกการปฏิบัติกิจกรรมที่ตนเองและเพื่อนสนใจจนสำเร็จไปได้ด้วยดี

 

วัตถุประสงค์ของทำโครงงาน

      1.เพื่อลดเศษขยะภายในโรงเรียน                                                         

      2.เพื่อนำเศษขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      3. เพื่อสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนและให้นักเรียนสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ได้

      4. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่นและมีความสามัคคีในหมู่คณะ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

      1.จำนนวนเศษขยะในโรงเรียนลดลง

      2.นำเศษขยะมาสร้างประโยชน์

      3.ความสามัคคีของนักเรียนในกลุ่ม

      4.นักเรียนมีทักษะในกระบวนการคิดวิเคราะห์และวางแ

  สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า

         เศษวัสดุเหลือใช้เช่นเศษกระดาษ  สามารถนำมาดัดแปลง   ตกแต่งให้เกิดประโยชน์ได้

 

 ขอบเขตของโครงงาน

            การนำเศษกระดาษมาดัดแปรงใช้ประโยชน์ในรูปแบบของ ของใช้ได้แก่  กล่องใส่ของ  ที่ใส่ดินสอ  ที่เสียบกระดาษ  ของตกแต่งาน

บทที่ 2

ทฤษฏีเกี่ยวข้อง

ประติมากรรมกระดาษอัด เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่อาศัยคุณสมบัติความคล่องตัวของวัสดุอุปกรณ์ประเภทกระดาษมาทำผลิตภัณฑ์ชิ้นงาขนาดต่าง ๆ ได้ง่าย เชื่อกันว่า จีนเป็นชนชาติแรกที่เริ่มทำงานประเภทนี้ มานับเป็นศตวรรษแล้ว ต่อมาชนชาติเปอร์เซีย และญี่ปุ่นก็ได้ทำหัตถกรรมกระดาษอัดโดยเฉพาะหน้ากากสำหรับใช้ร่วมเฉลิมฉลองในงานเทศกาลต่าง ๆ

ศตวรรษที่ 17 เป็นช่วงเวลาที่ประติมากรรมกระดาษอัด หรือเปเปอร์มาเช่ได้แพร่หลายมากในประเทศแถบทวีปยุโรป          โดยเริ่มจากประเทฝรั่งเศส ได้บัญญัติศัพท์ประติมากรรมกระดาษอัดไว้ว่า ปาเปียร์ มาเช่ (Papier-Mâché) ซึ่งมาจากคำว่า ปาเปียร์ (Papier) หมายถึง กระดาษ กับ มาเช่ (Mâché) หมายถึง การบดเคี้ยว อัด หรือย่อยลาย

    สำหรับประเทศไทยการสร้างสรรค์งานประติมากรรมกระดาษอัด หรือเปเปอร์มาเช่ เสนอ นิลเดช (2534: 41-42) กล่าวว่า มีมาแต่เมื่อไรไม่มีหลักฐานแน่นอน แต่ก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่า  “มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี” ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาตอนพระเจ้าปราสาททองลบศักราชจากปีขาลเป็นปีกุน ได้โปรดฯให้มีการเล่นดึกดำบรรพ์แต่การเล่นดึกดำบรรพ์เป็นเรื่องของการสวมหัวโขน ใช้คนแสดง  และยังปรากฏในบันทึก        การเดินทางของบาทหลวงตาชาร์ดที่เข้ามาในประเทศไทย ในสมัยพระนารายณ์มหาราชเมื่อ พ.ศ. 2228  ได้บันทึกถึงการเผาศพพระมอญว่า “ก่อนเผามีการเล่นสวมหน้ากากการเล่นสวมหน้ากากนี้ก็คือ การเล่นโขนหน้าไฟนั่นเอง”  แต่บาทหลวงตาชาร์ดคงไม่เข้าใจเรื่องการเล่นโขนจึงบันทึกว่า เป็นการแสดงเหมือน  ผีเข้า การแสดงโขนนักแสดงโขนสมัยก่อนใช้วิธีเขียนหน้าเองเป็นภาพยนตร์หน้ายักษ์ หน้าลิง ฯลฯ ซึ่งไม่ใช้ของง่ายนัก และทำให้เสียเวลาในการเตรียมการแสดงมาก เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงเกิดความคิดที่จะหาวิธีทำเป็นหน้ากากแทน โดยเลียนแบบประติมากรรมตามโบราณสถานซึ่งประดิษฐ์เป็นเรื่องราวเป็นรูปเดี่ยว ๆ และในวรรณคดีต่าง ๆ เช่น ยักษ์ ลิง พระ นาง สัตว์หิมพานต์ ฯลฯ ครั้นมาประกอบกับ การแสดงโขน   ก็เลยนำลักษณะแห่งภาพนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำเป็นหน้ากาก  อาจกล่าวได้ว่าในขบวนหน้ากากที่ใช้สวมหัวกันแล้ว จะไม่มีของใครที่มีความงามสมบูรณ์แบบเท่ากับหัวโขนของไทย ถึงแม้ว่าการทำหน้ากากสวมหน้าในทำนองหัวโขน เช่น อินเดีย ลังกา พม่า อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น จีน ลาว เขมร

การทำหน้ากากสวมหัวที่เราเรียกว่า “หัวโขน” นั้นมีกรรมวิธีที่ใช้ในการประดิษฐ์ด้วยวิธีการแบบหน้าอัด คือใช้กระดาษสา หรือกระดาษว่าว ชุบน้ำ ทาแป้งปะไปบนหุ่นไม้แกะหนาพอ จึงตากแดดแล้วทาด้วยน้ำรัก ภายในส่วนหน้ากากก็ทาสีปิดทองไปตามสีลักษณะของหัวโขน                แต่ละตัว ลักษณะเช่นนี้เป็นการทำหัวโขน หรือประติมากรรมกระดาษอัด หรือเปเปอร์มาเช่ของไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้บันทึกไว้ เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 2 ดูแห่โดย ทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา “ขบวนแห่นาคเป็นขบวนยาวเดินมาตามถนน                                    มีกระตั้วแทงเสือ แตรวง เถิดเทิงกลองยาวผู้หญิงบ้างผู้ชายบ้างผัดหน้าขาว ๆ สวมหัวล้าน หัวแกละ แต่งตัวสีฉูดฉาดรำเฉิบ ๆ หน้าขบวน”

ประติมากรรมกระดาษอัด หรือเปเปอร์มาเช่ที่สร้างขึ้นตามความเชื่อ ขนบประเพณีและการละเล่น โดยได้สืบทอดกันมาในแต่ละท้องถิ่น คือ การทำหัวหุ่น การแกะหน้ากาก (กระตั้วแทงเสือ)  การทำหัวโขน การทำหัวโต

ส่วนประเภทของใช้ทั่ว ๆ ไปนั้น ได้แก่ หมูออมสินทาสีแดง ซึ่งผลิตกันมาในประเทศไทยมากกว่า 60 ปีแล้ว  (ประมาณหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือหลัง ปี พศ.2485)  มีการประดิษฐ์เป็นรูปสัตว์นานาชนิด และมีจำหน่ายไม่  กี่แห่ง  และ วุฒิ วัฒนสิน (2537 : 38) กล่าว่าในปี พ.ศ. 2499   มิชชั่นนารีอเมริกัน ได้เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในเมืองไทยได้นำหัตถกรรมกระดาษอัดมาเผยแพร่ในเมืองไทยในรูปแบบของตุ๊กตา คน สัตว์ต่าง ๆ

การสร้างสรรค์ประติมากรรมกระดาษอัด หรือเปเปอร์มาเช่ ของไทย ก็ได้ค่อย ๆ พัฒนาทั้งทางด้านรูปแบบ และเทคนิคการผลิตเรื่อยมา และมีการผลิตในเชิงพาณิชย์ทั้งสนองตอบตลาดภายใน และตลาดต่างประเทศ มีการออกแบบใหม่ ๆ ที่ดูทันสมัย และเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมีทั้งประเภทของใช้ เช่น ถาดผลไม้ ภาชนะใส่ของต่าง ๆ ประเภทตกแต่ง เช่น รูปสัตว์นานาชนิด หน้ากาก รูปภาพต่าง ๆ เป็นต้น การให้สีมีความประณีตมากยิ่งขึ้นดูเป็นของมีค่าการผลิตชิ้นงานจากกระดาษหนังสือพิมพ์นั่นก็เป็นวิธีการหนึ่งในการทำเปเปอร์มเาเช่

เปเปอร์มาเช่ เป็นงานที่สามารถทำได้หลายรูปแบบและทำได้ง่าย ใช้เทคนิคง่ายๆวัสดุที่ใช้ก็หาได้ง่ายและราคาถูกคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้ว กระดาษพิมพ์ดีดหรือกระดาษที่ไม่มีลวดลายสำหรับปิดชั้นนอกสุดเพื่อเตรียมการลงสี ต่างๆเหล่านี้สามารถหาได้ทั่วไปในท้องตลาด หลักการทำของงานเปเปอร์มาเช่คือการนำกระดาษที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆและผ่านการแช่น้ำจนเปื่อยแล้วมาปิดลงบนแบบที่เตรีบมไว้ ปิดหลายๆชั้น แต่ละชั้นจะทากาวไว้และจะต้องรอให้กาวแห้งก่อน แต่งผิวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจึงตกแต่งด้วยสี การเปเปอร์มาเช่เป็นงานที่คุณสามารถสร้างผลงานตามจินตนาการของตัวเองได้โดยไม่ซ้ำแบบใครลงทุนน้อย      

กระดาษที่ส่วนใหญ่ใช้กระดาษราคาถูกสุดๆคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้วบ้างทีก็อาจจะได้มาแบบฟรีๆครับ บางครั้งเราอาจต้องการโชว์ลายหนังสือให้ดูเป็นธรรมชาติ กระดาษหนังสือพิมพ์ประเภทธุระกิจสีขาวก็ใช้ได้ ผมเคยเห็นกล่องที่นำกระดาษจากนิตยสาร  มาปิดชั้นนอกสุดเสร็จแล้วเคลือบด้วยน้ำยายูริเทนก็ดูเสวยน่าใช้ อันนี้ขึ้นอยู่กับไอเดียในการตกแต่งของแต่ละคน นอกจากนี้กระดาษชนิดอื่นก็สามารถนำมาใช้ในการตกแต่งได้เช่น กระดาษย่น การ์ดต่างๆ กระดาษแก้ว กระดาษที่ได้จากถุงกระดาษทั้งแบบสีเรียบและมีลวดลาย

       ข้อควรระวังในการทำงาน
      เครื่องมือและอุปกรณ์หลายอย่างเมื่อไม่ใช้งานควรเก็บให้มิดชิด พ้นมือเด็กเช่น มีด กรรไกร สี วัสดุตกแต่งชิ้นเล็กๆที่เด็กอาจนำเข้าปากเพราะสีสวยๆ เศษกระดาษ กาว ทุกอย่างต้องเก็บให้เรียบร้อยอย่าทิ้งไว้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

            การวางและการตัดกระดาษ

    ควรใช้ดินสอที่มีความเข้ม HB หรือที่มีความเข้มน้อยๆใช้เพียงร่างเส้นให้เห็นเท่านั้นกรณีที่ต้องตีเส้นให้ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเช่น วงกลมก็ใช้วงเวียน หากเป็นวงกลมขนาดเล็กอาจใช้ไม้บรรทัดที่มีรูวงกลมขนาดต่างๆ อย่าใช้เหรียญมาทาบแล้ววาด งานที่ได้อาจไม่สวยนัก ส่วนการตัดควรใช้มีดคัตเตอร์หรือกรรไกรที่คม ใบมีดที่ใช้ไปนานๆความคมเริ่มกลายเป็น   ความทื่อก็สามารถเก็บไว้ใช้ตัดตัวแบบได้

เทคนิคต่างๆในการทำงานเปเปอร์มาเช่ 

     งานเปเปอร์มาเช่ นี้เมื่อเข้าใจการทำและชำนานพอสมควรแล้วคุณสามารถสร้างงานขึ้นมา             ได้เองได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกแบบใคร เทคนิคและวิธีการทำต่างๆที่จะกล่าวถึงนี้ใช้                ในการทำผลงานสวยๆ และที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่นำไปประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์งานเปเปอร์มาเช่

การตัด 

        การใช้มีดคัเตอร์ตัดควรทำบนโต๊ะที่มีผิวเรียบ ไม่มีร่องหลุมหรือหัวตะปูให้สะดุดมีความมั่นคงและควรมีแผ่นรองตัดรองอยู่ด้านล่าง ในการกรีดตัดควรทำการกรีดนำร่องไปก่อนแล้วจึงกรีดซ้ำรอยเดิมให้กระดาษขาดออกจากกันอีกครั้ง ถ้าเป็นการกรีดเส้นตรงควรใช้บรรทัดที่ทำจากโลหะด้วย

การทำแบบพิมพ์โดยใช้ดินน้ำมัน

    อาจใช้ดินน้ำมัน ปูนปลาสเตอร์หรือวัสดุขึ้นรูปอย่างอื่นมาใช้ โดยขั้นแรกนำมาคลึงด้วยไม้ทรงกระบอก หรืออาจใช้ขวดก็ได้เพื่อให้ดินอ่อนตัว จากนั้นนำแบบที่เตรียมไว้แล้วมาทาบ ใช้ใบมีดคัตเตอร์ซึ่งสามารถใช้ใบมีดเก่าที่ไม่ค่อยจะคมแล้วมากรีดตัดออกตามแบบ เสร็จแล้วทำการแต่งผิวตามขอบให้มนดูเป็นธรรมชาติ

การนำกระดาษมาบดเพื่อใช้เป็นวัสดุขึ้นรูป

 นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 2.5 ตารางเซนติเมตร แล้วนำไปใส่ในชามอ่างขนาดใหญ่ เติมน้ำและแช่ทิ้งไว้ 6 – 8 ชั่วโมง จากนั้นนำลงต้มให้เดือดประมาณ 20 นาที รอให้เย็นลง เทกาวลงไปผสม คนให้เข้ากัน ใช้ช้อน ( ใหญ่ ) กดให้แบน                เพื่อคั่นส่วนที่เป็นน้ำออกเหลือแต่เนื้อกระดาษหมาดๆ ถ้าใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิดเช่น ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นหรือใส่กล่องที่มีฝาปิดมิดชิดจะเก็บไว้ได้นาน เราสามารถนำมาใช้ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆหรือปั้นตามแบบที่ต้องการได้

การลงสี

ปกติการทาสีจะใช้แปลงทาสีขนาดต่างๆ แต่การทาสีโดยใช้ฟองน้ำทำให้ได้งาน ที่ดูแปลกตา เนื้อสีก็จะไม่หนาจนเกินไป ใช้ฟองน้ำซับสีเบาๆต้องระวังอย่าซับสีมากจนเกินไปเพราะสีที่ได้จะเลอะและหนาเกินไป งานสีภายในตามอาคารต่างๆบางแห่งก็ใช้เทคนิคนี้เช่นเดียวกัน โดยอาจรองพื้นด้วยสีขาวก่อนและลงสีโดยใช้ฟองน้ำด้วยสีเทาอ่อนหรือสีอื่นๆ ตามต้องการ ดูสวย สว่าง การจัดเฟอร์นิเจอร์ก็ง่ายด้วยครับเพราะสีผนังจะเป็นสีอ่อน 

กาว หมายถึง วัสดุที่เราใช้ซ่อมแซม หรือติดวัตถุ 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน เรียนรู้จากกาวในครั้งนี้    จะเริ่มต้นจากเรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษกันก่อน  แล้วจึงค่อยมาดูความแตกต่าง และการใช้งานของกาวชนิดต่างๆ กัน ศัพท์คำว่า glue แปลว่ากาว แต่เมื่อเราอ่านหนังสือนิตยสาร                    หรือบทความมากขึ้น จึงพบว่ามีศัพท์อีกคำที่แปลว่ากาวและมักพบเห็นโดยทั่วไปนั้นคือคำว่า adhesive  ทำให้เกิดความสงสัยว่า คำศัพท์ 2 คำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร ความจริงแล้วคำศัพท์ทั้ง 2 คำนี้มีความหมายคล้ายกันมาก แตกต่างกันตรงที่คนต่างชาติมักเรียกกาวที่ได้จากสิ่งมีชีวิตว่า glue เช่น fish glue (กาวที่สกัดได้จากปลา) blood glue (กาวจากเลือดสัตว์) และ hide glue (กาวจากหนัง และกระดูกสัตว์) ส่วน adhesive มักหมายถึงกาวสังเคราะห์ต่างๆ เช่นกาวใส กาวลาเทกส์ และกาวตราช้างเป็นต้น  แต่เพื่อความสะดวกเรามักใช้คำทั้ง 2 คำนี้แทนกันอยู่เสมอ

กาวที่ใช้กันโดยทัวไป

       กาวที่เราใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เป็นกาวสังเคราะห์ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายชนิดและมีสมบัติเหมาะสมในการใช้ติดวัตถุแตกต่างกัน

 สีน้ำ  WATER COLOUR

  สีน้ำ เป็น สีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ทั้งในแถบยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะจีน และญี่ปุ่น
ซึ่งมีความสามารถในการระบายสีน้ำแต่ในอดีตการระบายสีน้ำมักใช้เพียงสีเดียว    คือ สีดำ
ผู้ที่จะระบายได้อย่างสวยงามจะต้องมีทักษะการใช้พู่กันที่สูงมาก  การระบายสีน้ำจะใช้น้ำ
เป็นส่วนผสม และทำละลายให้เจือจาง    ในการใช้สีน้ำ ไม่นิยมใช้สีขาวผสมเพื่อให้มีน้ำหนัก
อ่อนลง และไม่นิยมใช้สีดำผสมให้มีน้ำหนักเข้มขึ้น   เพราะจะทำให้เกิดน้ำหนักมืดเกินไป
แต่จะใช้สีกลางหรือสีตรงข้ามผสมแทน ลักษณะของภาพวาดสีน้ำ    จะมีลักษณะใส  บาง และ
สะอาด การระบายสีน้ำต้องใช้ความชำนาญสูงเพราะผิดพลาดแล้วจะแก้ไขยากจะระบายซ้ำ ๆ
ทับกันมาก ๆ ไม่ได้จะทำให้ภาพออกมามีสีขุ่น ๆ ไม่น่าดู หรือที่เรียกว่า สีเน่า  สีน้ำที่มีจำหน่าย
ในปัจจุบัน จะบรรจุในหลอด เป็นเนื้อสีฝุ่นที่ผสมกับกาวอะราบิค ซึ่งเป็นกาวที่สามารถละลาย น้ำได้ มีทั้งลักษณะที่โปร่งแสง ( Transparent ) และกึ่งทึบแสง ( Semi-Opaque ) ซึ่งจะมีระบุ ไว้ข้าหลอดสีน้ำนิยมระบายบนกระดาษที่มีผิวขรุขระ หยาบ

 สีโปสเตอร์   POSTER  COLOUR

 สีโปสเตอร์  เป็นสีชนิดสีฝุ่น (Tempera) ที่ผสมกาวน้ำบรรจุเสร็จเป็นขวด การใช้งานเหมือนกับสีน้ำ คือใช้น้ำเป็นตัวผสมให้เจือจาง     สีโปสเตอร์เป็นสีทึบแสง มีเนื้อสีข้น     สามารถระบายให้มี เนื้อเรียบได้    และผสมสีขาวให้มีน้ำหนักอ่อนลงได้เหมือนกับสีน้ำมัน   หรือสีอะครีลิค  สามารถ ระบายสีทับกันได้ มักใช้ในการวาดภาพภาพประกอบเรื่องในงานออกแบต่างๆ   

ได้สะดวก ในขวดสีโปสเตอร์มีส่วนผสมของกลีเซอรีน จะทำให้แห้งเร็ว

สีชอล์ค  PASTEL

            สีชอล์ค  เป็นสีฝุ่นผงละเอียดบริสุทธิ์นำมาอัดเป็นแท่ง ใช้ในการวาดภาพ มากว่า 250 ปีแล้ว ปัจจุบัน มีการผสมขี้ผึ้งหรือกาวยางไม้เข้าไปด้วยแล้วอัดเป็นแท่งในลักษณะของดินสอสี       แต่มีเนื้อ ละเอียดกว่า  แท่งใหญ่กว่า และมีราคาแพงกว่ามาก  มักใช้ในการวาดภาพเหมือน

 สีฝุ่น  TEMPERA

 สีฝุ่น เป็นสีเริ่มแรกของมนุษย์ ได้มาจากธรรมชาติ ดิน หิน แร่ธาตุ พืช  สัตว์ นำมาทำให้ละเอียด
เป็นผง ผสมกาวและน้ำ กาวทำมาจากหนังสัตว์ กระดูกสัตว์ สำหรับช่างจิตรกรรมไทยใช้     ยางมะขวิด หรือกาวกระถิน ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สีเกาะติดพื้นผิวหน้าวัตถุไม่หลุดได้โดยง่าย  ในยุโรปนิยมเขียนสีฝุ่น โดยผสมกับกาวยาง กาวน้ำ หรือไข่ขาว สีฝุ่นเป็นสีที่มีลักษณะทึบแสง มีเนื้อสีค่อนข้างหนา  เขียนสีทับ กันได้ สีฝุ่นมักใช้ในการเขียนภาพทั่วไป     โดยเฉพาะภาพฝาผนัง  ในสมัยหนึ่งนิยมเขียนภาพผาฝนัง ที่เรียกว่า สีปูนเปียก (Fresco) โดยใช้สีฝุ่นเขียนในขณะที่ปูนที่ฉาบผนังยังไม่แห้งดี  เนื้อสีจะซึมเข้าไป ในเนื้อปูนทำให้ภาพไม่หลุดลอกง่าย สีฝุ่นในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นผง เมื่อใช้งานนำมาผสมกับน้ำโดย ไม่ต้องผสมกาว เนื่องจากในกระบวนการผลิตได้ทำการผสมมาแล้ว  การใช้งานหมือนกับสีโปสเตอร์

 ดินสอสี  CRAYON

          ดินสอสี   เป็นสีผงละเอียด ผสมกับขี้ผึ้งหรือไขสัตว์  นำมาอัดให้เป็นแท่งอยู่ในลักษณะของดินสอ เพื่อให้เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ใช้งาน มีลักษณะคล้ายกับสีชอล์ค แต่เป็นสีที่มีราคาถูก  เนื่องจากมีส่วนผสม อื่น ๆ ปะปนอยู่มาก มีเนื้อสีน้อยกว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาให้สามารถละลายน้ำ หรือน้ำมันได้  โดยเมื่อใช้ ดินสอสีระบายสีแล้วนำพู่กันจุ่มน้ำมาระบายต่อ ทำให้มีลักษณะคล้ายกับภาพสีน้ำ ( Aquarelle ) บางชนิด สามารถละลายได้ในน้ำมัน ซึ่งทำให้กันน้ำได้

   สีเทียน
   สีเทียนหรือสีเทียนน้ำมัน เป็นสีฝุ่นผงละเอียด ผสมกับไขมันสัตว์หรือขี้ผึ้ง แล้วนำมาอัดเป็นแท่ง มีลักษณะทึบแสง สามารถเขียนทับกันได้  การใช้สีอ่อนทับสีเข้มจะมองเห็นพื้นสีเดิมอยู่บ้าง  การผสมสี อื่น ๆใช้การเขียนทับกัน สีเทียนน้ำมันมักไม่เกาะติดพื้น สามารถขูดสีออกได้ และกันน้ำ   ถ้าต้องการให้ สีติดแน่นทนนาน จะมีสารพ่นเคลือบผิวหน้าสี  สีเทียนหรือสีเทียนน้ำมัน มักใช้เป็นสีฝึกหัดสำหรับเด็ก เนื่องจากใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน และมีราคาถูก

 สีอะครีลิค  ACRYLIC  COLOUR

 สีอะครีลิค  เป็นสีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ ( Polymer) จำพวก อะครีลิค (Acrylic) หรือ ไวนิล ( Vinylเป็นสีที่มีการผลิตขึ้นมาใหม่ล่าสุด วลาจะใช้นำมาผสมกับน้ำ  ใช้งานได้เหมือนกับสีน้ำ และสีน้ำมัน มีทั้งแบบโปร่งแสง และทึบแสง แต่จะแห้งเร็วกว่าสีน้ำมัน 1 – 6 ชั่วโมง  เมื่อแห้งแล้วจะมี คุณสมบัติกันน้ำได้และเป็นสีที่ติดแน่นทนนาน  คงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถเก็บไว้ได้นาน ๆ ยึดเกาะติดผิวหน้าวัตถุได้ดี    เมื่อระบายสีแล้วอาจใช้น้ำยาวานิช  ( Vanish )  เคลือบผิวหน้าเพื่อป้องกัน การขูดขีด เพื่อให้คงทนมากยิ่งขึ้น  สีอะครีลิคที่ใช้วาดภาพบรรจุในหลอด  มีราคาค่อนข้างแพง

 บทที่ 3

วิธีการดำเนินงาน

ลำดับ      ที่

ขั้นตอนดำเนินงาน

ระยะเวลา

1

ขออนุมัติโครงงาน

29 กรกฎาคม 2554

2

การดำเนินงาน

    2.1

หาหัวข้อในการทำโครงงาน           29 กรกฎาคม 2554

    2.2

ประชุมเพื่อรับมอบหมายงาน

29 กรกฎาคม 2554

    2.3

จัดเตรียมวัตถุอุปกรณ์

30 กรกฎาคม 2554

    2.4

ทดลองครั้งที่  1

30 กรกฎาคม 2554

    2.5

จัดเตรียมวัตถุอุปกรณ์

31 กรกฎาคม 2554

   2.6

ทดลองครั้งที่ 2

31 กรกฎาคม 2554

   2.7

จัดเตรียมวัตถุอุปกรณ์

6-7 สิงหาคม 2554

   2.8

ทดลองครั้งที่ 3

6-7 สิงหาคม 2554

   2.9

ทดลองทำครั้งที่  4

12-13 สิงหาคม 2554

3

การประเมินผลครั้งที่ 1                 (25%)                    

3 สิงหาคม 2554

4

ปรับปรุงแก้ไข                              (50%)                                     

6 สิงหาคม 2554

5

การประเมินครั้งที่ 2                     (75%)                                               

8 สิงหาคม 2554

       

 

 

 

 

 

 

วัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนวิธีในการดำเนินงาน

วัสดุอุปกรณ                            

    1.แม่แบบที่ต้องการ                                                              2.ดินน้ำ

3.กระดาษหนังสือพิมพ์                4.แปรงทาสี/ พู่กัน

5.กระดาษชำระ                   6.กรรไกร

 

ขั้นตอนการทำ เปเปอร์มาเช่

                                                                                                                                                                                                     1.ตัดกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นเล็กๆ       

                

2.นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆไปแช่น้ำไว้

 3.เมื่อแช่น้ำไว้ได้สักครู่แล้วจึงนำเอามาปั่นให้ละเอียด  

 

4.บิดน้ำออกจากกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ปั่นเสร็จแล้ว

5.แล้วนำมาผสมกับกาว       

                                                    

6.เคลือบแม่แบบที่ต้องการด้วยดินน้ำมันให้ทั่ว

7.นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ผสมกับกาวแล้วมาปั้นขึ้นรูปตามแม่แบบ        

                                             

8.ตากแดดทิ้งไว้ให้แห้ง         

         

9.เมื่อแห้งพอได้ที่ให้ฉีกกระดาษเป็นแถบมาปิดทับ         

           

10.นำกระดาษชำระมาปิดทับอีกชั้น           

                             

11.ตากแดดทิ้งเพื่อให้เปเปอร์มาเช่แห้งสนิท      

                            

12.แกะออกจากแม่แบบ

13.ลงสีบน เปเปอร์มาเช่ ตามต้องการ   

           

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   14.เคลือบด้วยยูริเทน

15.ตากแดดทิ้งไว้ให้แห้ง

 

 

บทที่  4    วิเคราะห์ผล

รายการประเมิน

       S.D ระดับความคิดเห็น
  1. รูปแบบของผลิตภัณฑ์

2.89

0.83

ปานกลาง

  1. สีสันของผลิตภัณฑ์

3.65

0.66

มาก

  1. การนำขยะกลับมาใช้

3.45

0.81

ปานกลาง

  1. ประโยชน์ในการใช้สอย

3.28

0.78

ปานกลาง

  1. ภาพลักษณ์โดยรวม

3.53

0.59

มาก

  1. ความทนทานของผลิตภัณฑ์

3.44

0.62

ปานกลาง

  1. ความสวยงาม

3.38

0.80

ปานกลาง

  1. สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

3.25

0.83

ปานกลาง

จากตาราการวิเตราะห์ผล                                                                                                                                                             

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

2.  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

3. การแปลข้อมูล

4.50 – 5.00     =   มากที่สุด

3.50 – 4.49     =    มาก

2.50 – 3.49     =   ปานกลาง

1.50 – 2.49     =   น้อย

0.49 – 1.49     =   น้อยที่สุด

งบประมาณค่าใช้จ่ายในการทำโครงการ

1. สี อะคีลิก

2. กาว

3.กระดาษทราย

4. ยูลิเทน

5. ดินน้ำมัน

6. กระดาษหนังสือพิมพ์

7. พู่กัน

8. แปรงทาสี

รวมทั้งสิ้น      810        บาท

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to comments via RSS Feed

หน้า

หมวดหมู่

ลิงก์

Meta

ปฎิทิน

พฤศจิกายน 2014
พฤ อา
« ต.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Most Recent Posts

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: